คอลัมน์จดหมายรัก

posted on 05 Mar 2010 17:57 by pudfun

: ช่างหัว(ของ)ผม

             เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสขี่รถโดยไม่มีจุดหมายอยู่แถวๆ บ้านของผมเองมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด ถ้าหากรอบปีที่ผ่านมาผมอยู่บ้านมาโดยตลอด แต่เป็นเพราะว่าการไม่ได้อยู่บ้านเป็นเวลาหลายๆ วัน ทำให้ไม่ค่อยจะมีโอกาส ขี่รถเล่น สักเท่าไร 

                 ทุกอย่างเปลี่ยนไป ผมเชื่อเอาเองโดยไม่ได้ถามใครในระแวกนี้ต้นไม้บางต้นใหญ่โตขึ้น กลับกันบางต้นกลับหายไปบ้านถูกปลูกขึ้นใหม่ โดยที่ผมก็ไม่ทราบแน่ว่าเจ้าของบ้านเป็นใครถนนบางจุดเกิดเป็นหลุมบ่อ ผมเกือบจะไม่ทันระวัง แต่ก็ยังไวพอที่จะหักหัวรถหลบมาเพื่อนบ้านในวัยเดียวกันกับผม ที่เคยขี่รถเล่นกันอยู่เมื่อปีที่แล้วขี่รถสวนกันมากับผม คนที่นั่งซ้อนท้ายมันเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง"แฟนกู...." เออ ปีที่แล้ว มึงยังไม่มี

                 ผมคงจะไม่คิดอะไรมาก จนผมขี่รถมาถึง ร้านตัดผมร้านที่ผมตัดมาตลอด สมัยที่ผมเรียนมัธยมต้องตัดผมอยู่ทุกๆ เดือนร่วมทศวรรษเต็มๆ ที่ผมต้องมาใช้บริการที่ร้านนี้แต่พอผมเลิกตัดผมมาปีหนึ่งแล้วผมรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นป้ายฟิวเจอร์บอร์ดสีเขียวเขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน ตัวโตว่า 'เลิกตัดแล้ว'ผมขี่รถผ่านมาแล้ว แต่รู้สึกเหมือนยังไม่แน่ใจสายตาจึงจอดรถ และหันกลับไปมอง ใช่! ไม่ผิด 'เลิกตัดแล้ว'บอกตรงๆ ว่าหากร้านตัดผมนี้ยังคงเปิดอยู่ผมก็คงจะไม่ได้ตัดอยู่อย่างปีที่ผ่านมา หรือบางทีอาจจะเข้าไปตัดในสักวันก็ตามแต่ก็คงจะไม่ถี่เท่าเดือนละครั้งเหมือนเมื่อก่อนแล้วแต่ไม่รู้เพราะอะไร ทำไม ผมถึงอาลัยอาวรณ์กับมันจัง 

                 เมื่อกลับถึงบ้าน ผมก็ยังคิดถึงร้านตัดผมที่ประกาศเลิกตัดอยู่ด้วยเหตุผลประการใดเจ้าของร้านซึ่งเป็นช่างตัดคนเดียวในร้านแกไปไหน แกได้งานใหม่ แกป่วย แกถูกหวย หรือแกจะไม่อยู่ซะแล้วหรือเปล่าผมไม่สามารถสรุปผลออกมาได้เลย 

                  ในโต๊ะอาหารมื้อเย็น ผมเล่าเรื่องนี้ให้แม่ของผมฟังแม่พูดกลับมาว่า "ทำไม ไม่จอด แล้วลงไปถามเค้าล่ะ สงสัยนักน่ะ"ผมนึกในใจ ใช่ ทำไม ทำไมผมถึงไม่จอดรถแล้วลงไปถามเค้าว่าทำไมถึงได้เลิกตัดทั้งๆ ที่ผมก็เคยมีความสนิทสนมกับเค้ามาก่อนทั้งๆ ที่ผมก็เคยได้ชื่อว่าเป็น ลูกค้าประจำคนหนึ่งแต่เพราะเวลาแค่ปีเดียวที่ผมไม่ได้ก้าวเข้าไปในร้าน และไม่เคยจะไปใช้บริการอีกเหตุผลเพียงเท่านี้เองหรือ ที่ผมไม่กล้าจะจอดลงไปถามไม่กล้าที่จะรับรู้ข่าวคราวของคนเคยรู้จักคนหนึ่งโดยการเข้าไปไถ่ถามเองแต่ต้องการรู้ข่าวคราวของเค้า โดยที่รู้จากคนอื่น 

                   "อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปทั้งนั้นแหละ ไม่แปลกหรอก ไอ้ที่ไม่เปลี่ยนสิ แปลก"แม่พูดขึ้น ขณะที่ผมคิดอะไรอยู่เพลินๆใช่ อะไรก็เปลี่ยนไป สิ่งที่เราคุ้นเคย ใกล้ชิด ผูกพัน หรือความรู้สึกที่มีต่ออะไรสักอย่างก็ตามหากสักวันมันเริ่มจะไม่เป็นแบบนั้นแล้วก็ตามทำไมด้วย ที่เราจะต้องกลัว กลัวว่ามันเปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่มันก็เปลี่ยนไปแล้วทำไมด้วย ที่จะต้องคอยแก้ตัวด้วยคำว่า ยังเหมือนเดิมทำไมด้วย ที่เราจะต้องรู้สึกไม่กล้าที่จะถามไถ่ด้วยตัวเอง เมื่อเวลาที่อยากรับรู้ข่าวคราวอะไรสักอย่างจากคนที่เราเคยผูกพัน แต่มักจะใช้การฝากถามแทนโดยไม่ต้องการให้เค้ารู้ว่าเราเป็นคนต้องการที่จะรู้ 

                   เมื่ออิ่มอาหารมื้อเย็นแล้ว ระหว่างที่ผมเก็บจานในโต๊ะเพื่อจะนำไปล้างแม่พูดขึ้นว่า "เมื่อก่อนอยู่บ้านไม่เคยเลย ไปอยู่หอปีเดียว ชินซะแล้วสิ กินเองล้างเอง"ผมยิ้มที่มุมปาก คิดในใจ เออ! ผมก็ยังเปลี่ยนไปเลยผมหันกลับมาพูดกับแม่ "เปล่าแม่ จะเอาไปวางไว้เฉยๆ แม่อย่าลืมมาล้างด้วยล่ะ"

 

 

ป.ล. เขียน 06/04/51

 

edit @ 5 Mar 2010 18:12:40 by ปัดฝุ่น